เจรจาซื้อปุ๋ยซาอุฯ แก้ปัญหาปุ๋ยแพง เจาะกลางใจ…ขุนพิเรนทร์

เห็นข่าวทางภาคเอกชนโดยสภาหอการค้าไทยร่วมคณะกระทรวงการต่างประเทศ เจรจาเรื่องนำเข้าปุ๋ยจากซาอุดิอาระเบีย “ขุนพิเรนทร์” นี่รีบส่องมองหา ตัวแทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ร่วมคณะไปด้วยอย่างท่านที่ปรึกษาอลงกรณ์ พลบุตร ที่ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียระหว่างวันที่ 15-19 พฤษภาคมนี้ ร่วมกับคณะของรัฐบาลและภาคเอกชนโดยการนำของนายดอน ปรมัติถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

สิ่งหนึ่งที่ “ขุนพิเรนทร์” คาดหวังจากตัวแทนของคณะรัฐบาลชุดนี้คือการเจรจาเรื่องปุ๋ย โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้า ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ และราคาอิงกับตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันตลาดโลก  

เรามาดูข้อมูลกันว่าไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ 5 ล้านตันต่อปี โดยประเทศที่มีการนำเข้า

อันดับหนึ่งจากจีน 1.09 ล้านตัน

รองลงมาเป็นซาอุดิอาระเบีย 7.2 แสนตัน

รัสเซีย-เบลารุส 7.1 แสนตัน

โอมาน 3.67 แสนตัน

เกาหลี 3.32 แสนตัน

แคนาดา 3.27 แสนตัน 

“ขุนพิเรนทร์” โฟกัสไปที่ ซาอุดิอาระเบีย เรานำเข้าปุ๋ยเคมีมากถึง 7.2 แสนตัน และแน่นอนคือ เรานำเข้าปุ๋ยยูเรีย จากซาอุฯเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาจาก การ์ต้า มาเลเซีย โอมาน อินโดนีเซีย หากการเจรจาประสบความสำเร็จนี่จะเป็นข่าวดีอย่างหนึ่งของเกษตรกร

อย่าลืมวันนี้ปุ๋ยยูเรียตามท้องตลาดบางพื้นที่ ราคาสูงลิ่ว บางแห่งปาเข้าไปเกือบจะแตะๆ 2,000 บาท อยู่แล้ว พอมาส่องดูนโยบายเรื่องปุ๋ยบ้านเรา ว่ากันตามความเป็นจริง มีแต่เสียงพูดห่วงใย ที่เราหาความจริงจากใจไม่เจอ วันนี้มาตรการที่เป็นรูปธรรมยังไม่มี

ปุ๋ยไม่ใช่พึ่งจะแพง แต่แพงมาได้ปีกว่าๆ ราคาปุ๋ยขยับขึ้นจากต้นปี 2564 มาตรการที่ออกมาไม่สามารถตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกรเรื่องปุ๋ยแพงได้เลย ยิ่งนึกถึงพาณิชย์ช่วยราคาปุ๋ย 20-50 บาท/กระสอบ จำนวน 4.5 ล้านกระสอบ ด้วยแล้ว ยิ่งอ่อนใจ

ส่วนหัวหน้ารัฐบาลอย่างลุงตู่ ลุงก็พูดได้อย่างเดียวว่าห่วง และพยายามแก้ไขอยู่ วันที่ลุงพูดห่วงใยกับทอดยาวมาวันนี้ มีอะไรออกมาให้เกษตรได้เห็นเป็นรูปธรรมหรือยัง

วันนี้…มีข่าวดี แม้จะเป็นข่าวที่ออกมาจากภาคเอกชนคือหอการค้าไทย ที่ร่วมคณะรัฐบาล “ขุนพิเรนทร์” ก็ต้องให้เครดิตทั้งหมด ส่วนใครมาทีหลังจะเคลมผลงานเจรจาซื้อปุ๋ยจากซาอุฯก็ตามสบาย

การแก้ปัญหาปุ๋ยแพง ไม่ใช่แค่พาณิชย์ เกษตรฯแล้วจะจบ แต่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง ล้วนมีบทบาทสำคัญทั้งนั้น เสียอย่างเดียว คณะกระทรวงเกษตรฯที่ร่วมไปกับรัฐบาล ไม่มีชื่อ นราพัฒน์ แก้วทอง อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตร ที่จับเรื่องปุ๋ยมาตั้งแต่ต้น น่าจะรู้ปัญหาปุ๋ยมากกว่า ที่ปรึกษาอลงกรณ์ ที่สำคัญ หากฝ่าหัวใจท่านที่ปรึกษาออกมาน่าจะเต็มไปด้วยเกษตรอินทรีย์ 

เพราะเอาเข้าจริงยอมรับขยาดกับบทบาทของท่านอลงกรณ์ ตั้งแต่หาสารเคมีทดแทนการแบนพาราควอตตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้…ที่ยังไม่มีสารทดแทนที่เทียบชั้นพาราควอตได้เลย

สิ่งที่ต้องตามติดกันต่อไป เมื่อเจรจาแล้ว ผลการเจรจากับทางซาอุฯจะเป็นอย่างไร และจะสามารถช่วยให้ราคาปุ๋ยเคมีในบ้านเราลดลงหรือไม่ ไม่นานเกินรอ 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า