1. ไข่ผำ (Wolffia) – “ซูเปอร์ฟู้ดของโลก”
พืชนํ้าขนาดเล็กที่มีโปรตีนสูงมาก เป็นที่ต้องการอย่างหนักในตลาดโปรตีนทางเลือก
จุดเด่น: ใช้พื้นที่น้อย ปลูกได้ทุกภาคทั่วไทย และใช้นํ้าน้อยมาก
2. โกโก้ (Cocoa)
จากความต้องการช็อกโกแลตคราฟต์ (Craft Chocolate) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้โกโก้ไทยมีโอกาสส่งออกสูง
จุดเด่น: เก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี และมีอายุยืนนานหลายสิบปี
3. วานิลลา (Vanilla)
พืชที่ให้ผลตอบแทนต่อกิโลกรัมสูงถึงหลักหมื่นบาท ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่ปลูกได้ในอากาศร้อน
จุดเด่น: ตลาดมีความต้องการสูงมาก ทั้งในอุตสาหกรรมขนมและนํ้าหอม
4. อะโวคาโด (Avocado)
ผลไม้ไขมันดีที่กลายเป็นพื้นฐานของอาหารสุขภาพยุคใหม่
จุดเด่น: ราคายังคงเสถียรและมีความต้องการในตลาดพรีเมียมสูง
5. ไผ่ซางหม่น (Giant Bamboo)
พืชเศรษฐกิจอเนกประสงค์ที่รัฐบาลส่งเสริมเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และกระดาษ
จุดเด่น: เป็นพืชช่วยกักเก็บคาร์บอน (Carbon Credit) ซึ่งเป็นเทรนด์เศรษฐกิจสีเขียว
6. กัญชง (Hemp) เพื่ออุตสาหกรรม
เน้นการสกัด CBD และใช้เส้นใยในอุตสาหกรรมสิ่งทอและวัสดุเกรดสูง
จุดเด่น: มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง
7. พืชกลุ่มถั่ว (Beans & Pulses)
โดยเฉพาะ “ถั่วเหลือง” และ “ถั่วเขียว” เพื่อป้อนโรงงานผลิตโปรตีนจากพืช
จุดเด่น: เป็นวัตถุดิบหลักของ Plant-based Food ที่ไทยกำลังผลักดันเป็น Hub
8. มันสำปะหลัง (สายพันธุ์ต้านทานโรค)
มันสำปะหลังยังคงเป็นพืชหลัก แต่ในปี 2569 จะเน้นสายพันธุ์ใหม่ที่ทนโรคใบด่างและมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง
จุดเด่น: ตลาดพลังงานสะอาด (เอทานอล) และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารยังต้องการต่อเนื่อง
9. มะพร้าวนํ้าหอม (Aromatic Coconut)
เป็นสินค้า GI ที่ทั่วโลกยอมรับและถูกจัดเป็น Superfood
จุดเด่น: เป็นสินค้าส่งออกดาวรุ่งที่ไทยครองตลาดอันดับ 1 ของโลก
10. สมุนไพรไทย (ขมิ้นชัน / ฟ้าทะลายโจร)
เน้นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งออกในรูปแบบสารสกัดเข้มข้น
จุดเด่น: ตอบโจทย์เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare)
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์





