ปลัดพาณิชย์ ยันส่งออกข้าวไทยไม่กระทบ แม้เสียแชมป์ข้าวที่ดีที่สุดในโลกให้กัมพูชา

ปลัดพาณิชย์ ยัน “ข้าวหอมมะลิไทย” แพ้ “ข้าวผกาลำดวน” กัมพูชา ในการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก ไม่มีผลกระทบต่อการส่งออก เหตุผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ยังเชื่อมั่นข้าวไทย ทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และการส่งมอบ คาดไทยยังส่งออกได้ดีต่อเนื่อง ประเมินปี 66 น่าจะถึง 8 ล้านตัน แถมยังมีพันธุ์ข้าวใหม่ ป้อนความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น

นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีผลการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลกที่ข้าวผกาลำดวน ของกัมพูชา ชนะข้าวหอมมะลิไทย ว่า ไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของไทย เพราะผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อข้าวไทยทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน การส่งมอบ ผู้ส่งออกไทยมีชื่อเสียงในการทำธุรกิจและได้รับความเชื่อมั่น ทำให้ข้าวไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาด

%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7 10
ข้าวไทยเสียแชมป์

ส่วนผลการแข่งขันล่าสุด ก็เป็นเรื่องของการแข่งขัน ที่มีการกำหนดคุณลักษณะต่าง ๆ เอาไว้ ซึ่งครั้งนี้เข้าใจว่าแพ้ตรงความหอม แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าวหอมมะลิไทยไม่ดี ไม่มีคุณภาพ โดยที่ผ่านมา ก็ชนะการประกวดได้ถึง 7 ครั้ง เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลโลกที่อาร์เจนตินาที่เคยเป็นแชมป์โลกมา 2 สมัย ก็ยังแพ้ให้กับซาอุดิอาระเบียได้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการดำเนินยุทธศาสตร์ข้าวไทย ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพันธุ์ข้าวชนิดใหม่ ๆ ให้ได้ 12 สายพันธุ์ โดยปัจจุบันสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวได้แล้ว 6 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ข้าวพื้นนุ่มที่เป็นที่ต้องการของตลาด และได้นำไปให้ผู้ที่เข้าวร่วมงานการประชุมข้าวโลกได้ทดลองชิม ต่างก็ชื่นชอบกับพันธุ์ข้าวที่นำมาให้ทดลองชิม จากนี้ต้องรอดูตลาด เมื่อนำออกมาขาย ตลาด ลูกค้า ราคาจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าการทำงานที่ผ่านมา ถือว่ามาถูกทางแล้ว และเร็ว ๆ นี้ กำลังจะออกมาอีก 6 สายพันธุ์ ซึ่งมั่นใจจะตอบสนองความต้องการของตลาดได้

สำหรับการส่งออกข้าวปี 2566 กระทรวงพาณิชย์ได้มีการหารือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยแล้ว โดยภาคเอกชนมองว่าการส่งออกน่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านตัน เพราะข้าวไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และกรมการค้าต่างประเทศเอง ก็ได้มีการจัดทำกลยุทธ์ผลักดันการส่งออกข้าวไว้แล้วที่เน้นรักษาตลาดเดิม ขยายตลาดใหม่ โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ค่าเงินบาท หากไม่ผันผวน ข้าวไทยจะแข่งขันได้ดีขึ้น และยังต้องติดตามตลาดที่เคยเป็นผู้นำเข้าหลายประเทศ เช่น จีน จะหันมาส่งออกมากขึ้น และอินเดีย ปากีสถาน กัมพูชา จะส่งออกมากขึ้น ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกวดข้าวที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2022 ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ผลการตัดสินปรากฏว่า ข้าวหอมมะลิของกัมพูชาชื่อผกาลำดวน ได้รับรางวัลชนะเลิศข้าวที่ดีที่สุดในโลก เฉือนเอาชนะข้าวหอมมะลิ 105 แชมป์เก่าจากไทยไปหวุดหวิด ซึ่งถือเป็นการเสียแชมป์คาบ้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ข้าวหอมมะลิ 105 เคยคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดข้าวโลกถึง 2 ปีติดต่อกัน ระหว่างปี 2563-64

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้บอกถึงสาเหตุที่ข้าวไทยเสียแชมป์ว่า เท่าที่ได้มีการพูดคุยกับกรรมการผู้ตัดสินที่เป็นเชฟชาวอเมริกัน ระบุว่าข้าวหอมมะลิไทยแพ้ข้าวกัมพูชาเพียงนิดเดียวตรงที่กลิ่นหอมน้อยกว่า โดยตัวคุณภาพข้าว และรสชาติมีคุณภาพดีเหมือนกัน แต่จะแพ้ตอนที่กำลังหุง ข้าวหอมมะลิของกัมพูชาจะมีกลิ่นมากกว่า ขณะที่กลิ่นของข้าวหอมไทยออกมาน้อย โดยปีนี้ไทยได้คัดเลือกข้าวที่ดีที่สุด ในนามสมาคมส่งไปประกวดแค่ 1 ตัวอย่างจากข้าวที่ส่งประกวดทั้งหมด 20 ตัวอย่าง มีทั้งไทย เวียดนาม กัมพูชา พม่า ลาว อินเดีย ปากีสถาน สหรัฐฯ จีน โดยข้าวไทยแพ้กัมพูชาไปแค่ 1 คะแนน ส่วนอันดับ 3 เป็นข้าวจากเวียดนาม และอันดับ 4 ข้าวหอมมะลิจาก สปป.ลาว

นายชูเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า การเสียแชมป์ข้าวโลกครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าไทยจะต้องกลับมาให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างจริงจัง เช่น จะทำอย่างไรให้มีกลิ่นหอม มีรสชาติดีกว่าเดิม เพราะเข้าใจว่าข้าวของกัมพูชาจะเน้นใช้ปุ๋ยอินทรีย์มาก แต่ข้าวไทยใช้ปุ๋ยเคมีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาว ขณะเดียวกัน อยากให้รัฐบาลหันมาพัฒนาพันธุ์ข้าวไทยให้มากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทุกชุดจะเน้นดูแลแค่เรื่องราคา เช่น โครงการประกันรายได้ โครงการจำนำข้าว ใช้เงินไปนับแสนล้านบาท แต่ไม่ส่งผลดีระยะยาวต่อสายพันธุ์ข้าวเลย

“คงต้องจับตามองว่าไทยจะพัฒนาอย่างไร เพราะตอนนี้ข้าวหอมกัมพูชาถูกกว่าไทยมาก ทำให้การแข่งขันตลาดข้าวหอมน่าจะรุนแรง ไทยอาจต้องลดราคาลงแข่ง เพราะปัจจุบันข้าวผกาลำดวน 720 เหรียญสหรัฐต่อตัน ผลผลิตไม่น่าเกิน 1.5 ล้านตัน ขณะที่ข้าวหอมมะลิไทยอยู่ที่ 750 เหรียญสหรัฐต่อตัน”