ผู้ช่วย รมต.เกษตรฯ เยือนอีสาน เปิดงานบุญข้าวคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ ประจำปี 2566

​ผู้ช่วย รมต.เกษตรฯ เยือนอีสาน เปิดงานบุญข้าวคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ ประจำปี 2566 ณ กลุ่มเกษตรกรทำนาเศรษฐกิจพอเพียงตำบลกุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ย้ำรัฐบาลทำงานเต็มที่ เพื่อประชาชน

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและเปิดงานงานบุญข้าวคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ ประจำปี 2566 พร้อมมอบนโยบาย พบปะประชาชน และเยี่ยมชมผลงานของหน่วยงานในจังหวัดและกลุ่มเกษตรกร ณ กลุ่มเกษตรกรทำนาเศรษฐกิจพอเพียงตำบลกุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งการจัดงานบุญข้าวคูณลานนี้ เป็นงานบุญสำคัญของพี่น้องเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะชาวนามีความเชื่อว่า พระแม่โพสพ เป็นผู้มีอำนาจที่สามารถดลบันดาลให้ข้าวเจริญงอกงาม นำความอุดมสมบูรณ์มาให้ชาวนา และเพื่อเป็นการสำนึกในบุญคุณของข้าวที่ใช้เลี้ยงชีวิตทุกคนมาช้านาน และเป็นการแสดงออกถึงพลังแห่งการร่วมแรงร่วมใจของชุมชน อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดจิตวิญญาณที่กล้าแกร่งของชาวนา โดยการจัดงานในวันนี้ มีเกษตรกรชาวนามาร่วมในงานบุญใหญ่ร่วม 2,000 คน ยิ่งทำให้เห็นว่างานบุญข้าวคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ในวันนี้ เป็นบุญใหญ่ที่มีความสำคัญกับพี่น้องชาวนาอย่างแท้จริง  

​​             

327573153 549912740406555 2745375155059326693 n
งานบุญข้าวคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ ประจำปี 2566

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแลทั้งสถาบันเกษตรกร และกำหนดนโยบายต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถทำการเกษตรและจำหน่ายสินค้าเกษตรให้ได้ราคาที่เหมาะสม และพยายามควบคุมปัจจัยการผลิตที่เป็นต้นทุนในการผลิตให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามกลไกของราคาตลาด ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน ราคาปัจจัยการผลิตหลาย ๆ อย่าง เช่น น้ำมัน ปุ๋ย ค่าแรง หรือแม้กระทั่งค่าครองชีพ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้องเกษตรกร นโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีเป้าหมายในการพัฒนาให้ “เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น” โดยมุ่งเน้นให้ “เกษตรกรรวมกลุ่มกันช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรูปแบบของสหกรณ์” สร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรของชุมชน โดยส่งเสริมให้นำแนวทางตลาดนำการผลิต การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และการนำเทคโนโลยีการเกษตร มาประยุกต์ใช้ในการบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างระบบการเงินการบัญชีที่มีการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ สร้างความโปร่งใสในทุก ๆ กระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมถึงบุคคลภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

​​             

327286918 1259469351446801 8040199278593844043 n
งานบุญข้าวคูณลานกุ้มข้าวใหญ่ ประจำปี 2566

“ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ในวันนี้ และขอบคุณฝ่ายราชการที่กำกับดูแล สนับสนุนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ให้สามารถช่วยเหลือตนเองและมีความเข้มแข็งในทุก ๆ ด้าน เพราะเราทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างความอยู่ดีกินดี สร้างความสุข และสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องเกษตรกร” นายนราพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯขับเคลื่อนการทำงานด้วย 5 ยุทธศาสตร์และ 15แนวทางนโยบายหลักได้แก่

1.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตเป็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อปฏิรูปภาคเกษตรทั้งในรูปแบบตลาดออนไลน์ (แพลตฟอร์มรายสินค้าเพื่อรองรับ New Normal) ตลาดออฟไลน์ Modern Trade รถโมบาย ตลาดสด คาราวานสินค้า เกษตรพันธสัญญา และเคาน์เตอร์เทรด จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับผู้ขาย เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ

2. ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร4.0 เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินการบริการประชาชนและการพัฒนาภาคเกษตรกรรมโดยการใช้เทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่อุปทานและมูลค่า(Supply-Value Chain)ตั้งแต่การผลิต การแปรรูปจนถึงการตลาด

3. ยุทธศาสตร์ “3’s”(Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน)

4. ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะโมเดล “เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย”

ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา มีแนวทางนโยบาย 14 ด้าน ดังนี้

1) นโยบาย “ตลาดนำการผลิต”เป็นนโยบายหลักโดยเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลาย ทั้งในรูปแบบ ตลาดออนไลน์ (แพลตฟอร์มรายสินค้าเพื่อรองรับ New Normal) ตลาดออฟไลน์ โมเดิร์นเทรด(Modern Trade) รถโมบาย ตลาดสด ตลาดชุมชน คาราวานสินค้า เกษตรพันธะสัญญา และเคาน์เตอร์เทรด จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับผู้ขาย เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ โดยร่วมมืออย่างเข้มข้นกับกระทรวงพาณิชย์ภายใต้โมเดล“เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย”

2) การสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานรากโดยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สามารถเชื่อมโยง เครือข่ายเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทําให้มีอํานาจต่อรอง ในการซื้อขายผลผลิต ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรชุมชน เชื่อมโยงกับตลาด ชุมชน/ตลาดเกษตรกร ตลาดสีเขียว(Green Market)และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในชุมชน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ สามารถ ช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกร เอื้อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ ทั้งสังคม ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้เข้มแข็งและยั่งยืน

3)​ การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ Start up เป็นหน่วยธุรกิจ ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Providers: ASP) เพื่อยกระดับสู่การ ให้บริการทางการเกษตร เช่น เทคโนโลยีในการดูแลรักษารถจักรกลในการเตรียมดินและ การเก็บเกี่ยว สําหรับให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรแบบครบวงจร

4) การส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อสร้างความไว้วางใจและ ความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืน ระหว่างเกษตรกรกับ ผู้ประกอบการ และร่วมกันยกระดับคุณภาพผลผลิต และแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด

5)​ การพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร สนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์ นวัตกรรม รวมทั้งเครื่องจักรกลเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยเชื่อมโยง การทํางานกับ ศพก. เพื่อยกระดับสู่การทําเกษตรสมัยใหม่ และเกษตรแบบแม่นยํา (Precision Agriculture)

6) การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร เพื่อตอบสนองต่อโซ่อุปทาน ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรออนไลน์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อรักษา คุณภาพสินค้าเกษตรให้มีความสดใหม่ และถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว รวมถึงพัฒนาระบบเชื่อมโยงทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออํานวยความสะดวกในการส่งออกและนําเข้าสินค้าเกษตร

7) การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีการกระจายน้ำอย่างเหมาะสมและทั่วถึง รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำในไร่นาของเกษตรกรและชุมชน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอ สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ตลอดจนป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย

8)​ การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้ตรงตามศักยภาพของที่ดิน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากที่สุด โดยกำหนดเขตความเหมาะสมในการทำการเกษตรในแต่ละพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุดผ่านข้อมูล Agri-Map

9) การส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาดแก่เกษตรกร รวมทั้งให้บริการทางวิชาการ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ โดยมีเกษตรกรต้นแบบเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ และเป็นกลไกในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาการเกษตรในระดับพื้นที่

10) การประกันภัยพืชผลให้ความคุ้มครองความเสียหายหรือความสูญเสียต่อพืชผลที่เอาประกันภัย ซึ่งเกิดจากภัยต่าง ๆ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ลมพายุ ลูกเห็บตก เป็นต้น ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพทางรายได้และความมั่นคงในอาชีพให้แก่เกษตรกร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างทันท่วงที

11) ​การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน และสร้างความมั่นคงแก่เกษตรกร ได้แก่ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ และวนเกษตร ด้วยการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง และมีการพัฒนาอาหารของไทยให้เป็นรูปแบบอาหารที่ปลอดภัยและมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการสินค้าเกษตรปลอดภัยใน 5ร อันได้แก่ โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล เรือนจำ และร้านอาหาร

12) การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สร้างแบรนด์ให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ส่งเสริมการแปรรูปสินค้า จากความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น สมุนไพร แมลงเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพทางด้านการตลาดในอนาคต ทั้งสินค้าอาหารอนาคต (Future Food) และสินค้าเกษตรที่ตอบสนองผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม (Functional Food) รวมทั้งสินค้าเกษตรเพื่อพลังงานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

13) ​การวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทย บนพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนํามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

14. การพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ในการใช้ประโยชน์และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานต่าง ๆเพื่อการบริหารและช่วยให้เกษตรกรมีข้อมูลที่ดีและเพียงพอต่อการตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อการผลิตและการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

และ 15. การประกันรายได้ของเกษตรกร