สมาคมทุเรียนไทย นำทัพเป็นตัวแทน 16 องค์กรยื่นหนังสือทบทวนย้ายมือปราบทุเรียนอ่อน !!

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 น. นาย วุฒิชัย คุณเจตน์ นายกสมาคมทุเรียนไทย นำหนังสือยื่นทบทวนการโยกย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู  ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 ณ กระทวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพมหานคร

หลังจากเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมาองค์กรที่เกี่ยวข้องกับชาวสวนทุเรียนและผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนจำนวน 16 องค์กร ประกอบด้วย 

1. สมาคมทุเรียนไทย 

2. .สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก  

3.สมาคมชาวสวนลำไยจันทบุรี 

4.กลุ่มลุ่มน้ำวังโตนด 

5.สมาคมผู้ค้าและส่งออกลำไยภาคตะวันออก 

6.สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน ไทย-กัมพูชา

7.สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย

8.สมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดชุมพร

9.หอการค้าจังหวัดจันทบุรี

10.สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย

11.สถาบันทุเรียนไทย

12. วิสาหกิจชาวสวนทุเรียนจันท์

13.สภาเกษตรจังหวัดจันทบุรี

14.กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนจันทบุรี

15.สมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทย-จีน

16.สมาคมทุเรียนใต้

ที่ได้ร่วมทำหนังสือเพื่อยื่นทบทวนการโยกย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 

โดย นาย วุฒิชัย คุณเจตน์ นายกสมาคมทุเรียนไทย ได้กล่าว่า

“ การเดินทางมาเป็นตัวแทน 16 องค์กรยื่นหนังสือทบทวนการโยกย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู  ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 ในวันนี้ ก็เพื่อขอความเห็นใจจากนาย  นาย ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการ  นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์    นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ว่าทางชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกรวมไปถึงผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน อยากให้ท่านทบทวนคำสั่งย้ายในครั้งนี้ออกไปก่อน 

เพื่อให้ นาย ชลธี นุ่มหนู ทำงานเพื่อช่วยชาวสวนทุเรียนในการทำเรื่องต่างๆให้เรียบร้อย เช่น การทำใบรับรอง จีเอพี ที่ยังคงค้างกว่า 80,000 ใบ  การจัดการปัญหาทุเรียนอ่อนที่กำลังทำให้คุณภาพของทุเรียนไทยไทยได้รับการชื่นชมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ จากการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลทำให้ปัจจุบันทุเรียนเกิดขึ้นใหม่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพที่ใหญ่มากอย่างทุเรียนอ่อนยังต้องมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาและตรวจจับทุเรียนอ่อนต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและผู้บังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดมากำกับดูแล เพื่อความยั่งยืนของภาคเกษตรไทยและรักษาพืชเศรษฐกิจของไทยที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศไทย 

การเดินทางมาเป็นตัวแทนยื่นหนังสือทบทวนการโยกย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู ของสมาคมทุเรียนไทยในครั้งนี้จึงเป็นการมาขอความเห็นใจให้กับชาวสวนทุเรียนไทย ที่ตอนนี้นอกจากปัญหาเรื่องทุเรียนอ่อนในประเทศแล้ว ยังมีคู่แข่งอย่าง เวียดนาม ที่ตอนนี้ได้รับอนุญาตให้ส่งทุเรียนเข้าประเทศจีนได้อีกหนึ่งประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าชาวสวนทุเรียนไทยย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงอยากขอให้ทบทวนการโยกย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู ที่เข้าใจเรื่องการทำงานในห่วงโซ่ทุเรียน ยังคงได้ทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกต่อไป “

โดยหนังสือทบทวนคำสั่งโยกย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู มีใจความว่า

ตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อ้างถึง ที่ 738/2565 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เรื่องย้ายข้าราชการ รายละเอียดดังความแจ้งแล้วนั้น และท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันของตลาดการส่งออกทุเรียนไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ได้ประกาศลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 อนุญาตให้ประเทศเวียดนาม ส่งทุเรียนผลสดเข้าจีนได้เป็นประเทศที่ 2 ซึ่งประเทศเวียดนามถือเป็นประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้ากับประเทศไทยที่มีข้อได้เปรียบสูง เนื่องจากประเทศเวียดนามมีพรมแดนติดสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้ระยะทางขนส่งใกล้กว่าประเทศไทย สามารถตัดทุเรียนแก่ที่มีคุณภาพรสชาติได้ดีกว่าของประเทศไทย และทำให้ราคาถูกกว่าประเทศไทย แม้แต่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้พัฒนาการปลูกทุเรียนในพื้นที่ 

แต่ในขณะที่ประเทศไทยยังพบปัญหาการตรวจพบทุเรียนด้อยคุณภาพส่งออกไปยังสาธารรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายตลาดทุเรียนไทย อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมคุณภาพทุเรียนบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม ในขณะสาธารรัฐประชาชนจีนมีความต้องการทุเรียนแก่จัดและมีคุณภาพสูง 

ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้ราคาทุเรียนไม่เสถียร ความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจของผู้บริโภคคนจีนลดลง และอาจมีการลดการนำเข้าในอนาคตหากมีประเทศทางเลือกที่ดีกว่าในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกในปี 2563 ได้มีการตรวจพบปัญหาทุเรียนอ่อนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา 

ดังนั้น ในช่วงการเก็บเกี่ยวทุเรียนในภาคตะวันออกในปี พ.ศ.2564 นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 สังกัด กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ก่อตั้งชุดปฏิบัติการ “ทีมเล็บเหยี่ยว” เพื่อตรวจจับแก้ปัญหาทุเรียนอ่อน ทุเรียนด้อยคุณภาพ ทีมเล็บเหยี่ยวทำงานอย่างจริงจังท่ามกลางปัญหาอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน การดำเนินการด้านมาตรฐาน GAP ในส่วนของผลไม้เพื่อการส่งออก ทุเรียน ลำไย มังคุด ฯลฯ ของภาคตะวันออกสามารถส่งขายได้อย่างราบรื่น 

อีกทั้ง นายชลธี นุ่มหนู มีส่วนในการผลักดันเรื่องการกำหนดมาตรฐาน GMP Plus และ GAP Plus เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการผลไม้ที่ปลอดจากการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาพบทุเรียนด้อยคุณภาพน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยจากการรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรใน ปี พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นปีที่ตรวจพบปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพมากกว่าทุกปีที่ผ่านมานั้น พบมูลค่าการส่งออกทุเรียนผลสด ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท 

แต่ในปี พ.ศ.2564 หลังจากมีมาตรการตรวจจับทุเรียนอ่อน และทุเรียนด้อยคุณภาพ โดยชุดปฏิบัติการ“ทีมเล็บเหยี่ยว” และท่ามกลางการณ์การเข้มงวดจากมาตรการ Zero covid บนผลไม้ที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน พบมูลค่าของทุเรียนผลสด มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงกว่าปี พ.ศ.2563 คิดเป็นร้อยละ 60.1 

คุณภาพทุเรียนไทยที่ตลาดปลายทางได้รับคำชื่นชมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวจีนมีมากขึ้น ราคามีเสถียรภาพ ลดปัญหาการใช้ทุเรียนด้อยคุณภาพเป็นข้ออ้างในการลดราคาหน้าสวน เป็นผลให้ทุเรียนไทยที่ส่งออกไปยังตลาดปลายทางมีคุณภาพโดยรวมดีขึ้นเป็นอย่างมาก ส่งผลทำให้ชาวสวนทุเรียนมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ดีจากการดำเนินนโยบายควบคุมคุณภาพจากภาครัฐ 

จากการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลทำให้ปัจจุบันทุเรียนเกิดขึ้นใหม่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ถึงกระนั้น ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพที่ใหญ่มากอย่างทุเรียนอ่อนยังต้องมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาและตรวจจับทุเรียนอ่อนต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและผู้บังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดมากำกับดูแล เพื่อความยั่งยืนของภาคเกษตรไทยและรักษาพืชเศรษฐกิจของไทยที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศไทย ให้เป็นอันดับหนึ่ง คือ “ทุเรียน” มิเช่นนั้นแล้วปัญหาราคาตกต่ำซ้ำรอยที่เคยเกิดกับพืชที่เคยเป็นพืชเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมา อาทิ ข้าวหอมมะลิ ลำไย และมะม่วง เป็นต้น

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า “ทุเรียน” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศไทยถึงแสนล้านบาทซึ่งมากกว่าสินค้าเกษตรอื่นๆ กลไกขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นจำเป็นต้องอาศัยความคุ้นเคยในพื้นที่ มีทักษะความเชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะด้านของบุคคลที่สะสมมานาน ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญที่เข้าใจปัญหา และมีความมุ่งมั่นในการควบคุมดูแลคุณภาพของผลไม้มารับผิดชอบโดยตรง 

ซึ่ง นายชลธี นุ่มหนู ถือเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญด้านผลไม้ภาคตะวันออกเป็นอย่างดีเนื่องจากมีภูมิลำเนาเกิดในพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบครัวมีอาชีพเกษตรกรรม และเป็นข้าราชการกรมวิชาการเกษตรอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ไม่ต่ำกว่า 30 ปี 

ทำให้นายชลธี นุ่มหนู รู้ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต จนถึงการส่งออก ได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจะเห็นได้ว่านายชลธี นุ่มหนู จึงเป็นบุคคลที่มีความพร้อมทั้งองค์ความรู้ ประสบการณ์ ที่หาได้ยากที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพื่อรักษาตลาดทุเรียนของประเทศไทย ตามที่ประจักษ์เห็นได้ในปัจจุบัน 

ในการนี้ เครือข่ายองค์กรผลไม้และผู้ประกอบการส่งออก จำนวน 16 หน่วยงาน ได้เล็งเห็นผลกระทบจากคำสั่งที่อ้างถึงข้างต้น ต่อระบบการส่งออกทุเรียนไทยไปยังสาธารรัฐประชาชนจีน ทั้งตลอดระบบห่วงโซ่คุณค่า เครือข่ายองค์กรผลไม้และผู้ประกอบการส่งออก จึงได้ลงความเห็นควรขอให้ท่านมีการทบทวนคำสั่งแต่งตั้ง นายชลธี นุ่มหนู ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กรมวิชาการเกษตร ให้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร อีกครั้ง เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของเกษตรกรและประเทศไทยต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาการทบทวนคำสั่งอีกครั้ง

พร้อมทั้งมีการเซ็นลงนามทั้ง 16 องค์กร 

โดย นาย วุฒิชัย คุณเจตน์ นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า ชาวสวนทุเรียนไทยและผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนไทย คงฝากความหวังว่าท่านผู้มีอำนาจจะให้ความเมตตาและเข้าใจผลกระทบของการโยกย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู ว่าจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงกับวงการทุเรียนไทยที่สร้างรายได้ให้ประเทศกว่าปีละหนึ่งแสนล้านบาท และคงมีข่าวดีให้กับชาวสวนทุเรียนไทยโดยการทบทวนคำสั่งย้าย นาย ชลธี นุ่มหนู ออกไปก่อน 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า