เพื่อไทย ปลื้มร่างกฎหมายประมงผ่านสภาวาระแรก มั่นใจหากเป็นรัฐบาล ประมงไทยจะกลับมาเป็นเจ้าสมุทรอีกครั้ง

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 พรรคเพื่อไทย โดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวนโยบายประมงโดยพรรคเพื่อไทย ว่า ขอแสดงความยินดีกับชาวประมงหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร รับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.) ซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวประมงมาโดยตลอด ทั้งการลงพื้นที่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวประมง จึงรับรู้ถึงปัญหาและความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสที่เกิดขึ้นของชาวประมง หลังจากที่รัฐบาล คสช. ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ว่าด้วยการประมง ปี พ.ศ 2558 หวังแก้ปัญหาและรักษาอำนาจให้กับตัวเอง จากข้อเสนอของสหภาพยุโรป หรือ EU เกี่ยวกับการประมงที่ไม่ถูกกฎหมาย ที่ไม่มีการรายงานและไม่มีการควบคุม (IUU Fishing) ส่งผลกระทบมาสู่ประเทศไทย ทำให้ประมงไทยที่เคยรุ่งเรืองอันดับต้น ๆ ของโลกต้องตกอยู่ในลำดับที่น่าอเนจอนาถ กระทบต่อรายได้หลักของประเทศปีละแสนล้าน ต้องสูญหายไป

1001135
เพื่อไทยลั่นเป็นรัฐบาล ประมงไทยกลับมาเป็นเจ้าสมุทร

สำหรับในการพิจารณาในวาระที่ 2 ที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาปัญหาการประมง พรรคเพื่อไทยได้โควตาคณะกรรมาธิการ 6 คน โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงจากชาวประมงเป็น 2 คน ได้แก่ นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมชาวประมงแห่งประเทศไทย และนายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายกสมาคมชาวประมงของจังหวัดชุมพร ซึ่งจะร่วมแสดงความคิดเห็นและวิธีการแก้ไขปัญหาในร่างกฎหมายดังกล่าวนี้เพิ่มเติม

ทั้งนี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลือกร่าง พ.ร.บ.ประมงของพรรคเพื่อไทยที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของสมาคมประมง เป็นผู้ยกร่างร่วมกันใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นวาระที่ 2 หรือชั้นกรรมาธิการ ตนต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูง เหตุผลที่เลือกร่างนี้เป็นร่างหลัก เพราะมีหลักการที่ครอบคลุมและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงมากที่สุด โดยหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยหวังอย่างยิ่งว่าเราจะมาเป็นรัฐบาล นโยบายที่พรรคเพื่อไทยประกาศไปจะกลับมาเป็นนโยบายรัฐบาลที่นำมาสู่การขับเคลื่อนให้การประมงไทยกลับมายิ่งใหญ่ประมงไทยจะกลับมาเป็นเจ้าสมุทรอีกครั้ง นายแพทย์ชลน่าน กล่าวทิ้งท้าย

นายปลอดประสพ สุรัสวดี กรรมาธิการฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณ ส.ส.ทั้งสภาที่ได้ช่วยกันลงคะแนนเสียง พ.ร.บ.ประมง ผ่าน ซึ่งวันหนึ่งจะสำเร็จ จะปลดพันธนาการ ความเป็นทาสได้สักที ในฐานะที่เรียนจบด้านประมงและยังเป็นอธิบดีกรมประมงยาวนานที่สุด แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล รับทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่าหัวหน้ารัฐบาลอาจปิดปากท่าน แต่ในวินาทีสุดท้ายที่ท่านเปลี่ยนใจมาช่วยชาวประมง ก็ขอบคุณ และขอให้ชาวประมงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะต่อสู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และมั่นใจว่าจะชนะทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชาวประมงลำบาก เราจึงตั้งใจที่จะเอาชนะให้ได้ เพื่อไม่ให้การประมงสูญสลาย เราจะไปเจรจากับอียูอย่างตัวเท่ากัน ภาคอุตสาหกรรมประมงผลิตไปขายยุโรปจำนวนมาก ไม่ต้องกลัว ในชีวิตผมเคยต่อสู้แบบนี้มาหลายครั้ง ขอให้มั่นใจถ้าได้เป็นรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ขอตำหนิรัฐบาลทหารที่ขายชีวิตชาวประมงเพียงเพื่อให้ได้รับรองไปเยี่ยมประเทศของเขาได้ ขอตำหนิข้าราชการบางคนที่มารังแกพี่น้องชาวประมง พี่น้องชาวประมงทุกภาคส่วนมาร่วมกันต่อสู้ จะเป็นชีวิตใหม่ของชาวประมงที่ดีกว่าเดิม มั่นใจว่าประเทศไทยจะกลับมาเป็นเจ้าสมุทร เจ้าทะเลอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ อียูเคยกล่าวหารัฐบาล คสช.ดังนี้

1.ไทยไม่มีกฎหมายประมงที่ตอบสนอง IUU ถือเป็นการหาเรื่อง เพราะ IUU เกิดมาทีหลัง

2.ไทยไม่มีนโยบายประมงทะเล หากไทยไม่มี เราจะเป็นประเทศที่มีการประมงเจริญที่สุดในโลกได้อย่างไร

3.ไทยไม่มีกฎหมายบังคับให้มีอุปกรณ์ติดตามเรือ หรือ VMS ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวเกิดมาภายหลัง ประเทศไทยได้แต่ยอม แต่ไม่มีงบให้ชาวประมงไปจัดซื้อ

4.ไทยไม่มีแผนปฏิบัติการ IUU

5.ไม่มีระบบตรวจสอบย้อนหลัง

นายปลอดประสพ กล่าวว่า ทั้งหมดคือ 5 ข้อกล่าวหา และส่งใบเหลืองให้กับประเทศในเอเชียทั้งหมด ประเทศอื่น ๆ ไม่ตอบสนอง แต่ประเทศไทยเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมออกกฎ 20 ข้อ จากนั้นทุกปีก็มีการเจรจามา 4-5 ปี แล้วออกระเบียบได้ 100 ข้อเพื่อสนองคำขอของอียู 5 ข้อ แบบนี้ถือว่าทำไม่ได้

เพราะปัญหาที่เป็นต้นเหตุ คือ 1 ใน 28 ประเทศ เป็นคู่แข่งด้านการประมงของประเทศไทย อียูประกาศแบบนี้รับรองให้ใน 28 ประเทศเท่านั้น แต่ไทย ไม่ได้เป็นสมาชิกอียู กฎหมายนี้ต้องใช้เขตเศรษฐกิจเฉพาะของอียูเท่านั้น แต่เหตุใดจึงใช้กฎนี้กับประเทศไทย ในขณะที่การรับมือของประเทศอื่นคือรับฟังแต่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทันที ส่วนไทยดำเนินการอย่างรวดเร็ว

“รัฐบาลทหารเพียงต้องการสถานะระหว่างประเทศที่แลกมาด้วยชีวิตชาวประมงแสนกว่าคน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาท เรื่องนี้ต้องไว้ใจพรรคเพื่อไทย เราทำได้ เพราะพรรคเพื่อไทยคิดใหญ่ ที่จะเข้าไปแก้ไขกฎหมาย” นายปลอดประสพกล่าว