จุรินทร์ สั่ง ปลดล็อก ปัญหาส่งออก”ผลไม้”ช่วยชาวสวน

วันที่ 22 เมษายน 2565 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามพันธกิจการส่งออกและการค้าภายในรวมทั้งการแก้และลดอุปสรรคปัญหาในการดูแล “ชาวสวนผลไม้” ซึ่งมีอยู่ทั้งประเทศกว่า 6.5 แสนครัวเรือน

นางมัลลิกา กล่าวว่า รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้วางแผนตั้งแต่ปลายปี 64 ก่อนเริ่มปีงบประมาณ 2565 และเป็นการกำหนด 17+1 มาตรการเพื่อเป็นแผนล่วงหน้าในการดูแล “เกษตรกรชาวสวนผลไม้”ในภาวะวิกฤตโรคระบาด และฤดูกาลผลิตปี 65 มีผลผลิต “ผลไม้”เพิ่มขึ้น 13% ปริมาณรวมทั้งหมด 5.4 ล้านตัน

โดยนายจุรินทร์ประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและกำหนดมาตรการเชิงรุกล่วงหน้าตั้งแต่ครึ่งปีที่ผ่านมาคือมาตรการและเตรียมตลาดล่วงหน้ารองรับ “ผลไม้ไทย” ตลาดใหญ่คือประเทศจีน ตลาดจีนส่งออกปี 2564 มีมูลค่า 163,000 ล้านบาท ปริมาณ 2,200,000 ตันโดยประมาณ ซึ่งการส่งออกไปจีนทำได้ 3 เส้นทางหลัก คือ ทางเรือ ร้อยละ 51 ทางบก ร้อยละ 48 และทางอากาศ ร้อยละ 0.54

ปัญหาส่งออกผลไม้ไทย

แต่ปัจจุบันด้วยสถานการณ์โรคระบาดในประเทศจีนดังนั้นทำให้เรื่องเส้นทางขนส่งผ่านด่านทางบกต้องคอยแก้ไขปัญหารายวันจึงปรับเปลี่ยนให้ผู้บริการการใช้การขนส่งทางอากาศและให้ทางท่าอากาศยานลดค่าธรรมเนียมให้มากที่สุดทั้งหมดเป็นนโยบายที่ดำเนินการโดยรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์

ปัญหาส่งออกผลไม้ไทย

ภาคเอกชนนั้นเคยนำเสนอทางออกร่วมกัน 8 ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการตลาด การส่งออกตลาดจีนซึ่งเราให้ทั้งกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ร่วมแรงกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดมีสิ่งเดียวที่เราแทรกแซงไม่ได้เลยคือนโยบายของทางการจีนแต่ก็พยายามเจรจาและบูรณาการ โดยเอกชนขอทั้งประเด็นที่หนึ่งจะเจรจากับทางการจีนขอให้ช่วยเปิดด่าน เดิมเปิด 4 ด่าน ปิดไป 1 ด่าน คือ ด่านตงซิง จะขอความร่วมมือจากจีนให้ช่วยเปิดด่านตงซิง เพื่อระบาย“ผลไม้”ออกไปได้ รวมทั้งขยายเวลาเปิดด่าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการส่งออก “ผลไม้ไทย” มอบให้ทูตพาณิชย์ ทูตเกษตรเจรจาต่อไป

ประเด็นที่สอง ทางฝั่งลาวที่เราส่งผลไม้ไปจีนโดยเฉพาะเชียงของ ไปโม่ฮานของจีนและผ่านด่านบ่อเต็น ขอให้ทูตพาณิชย์ ทูตเกษตรและกระทรวงการต่างประเทศช่วยเจรจา ในการถ่ายรถ ซึ่งเดิมรถไทยสามารถผ่านด่านไปเชียงของและถ่ายรถครั้งเดียวที่ด่านบ่อเต็นเข้าจีนได้เลย

แต่ช่วงหลังทางการลาวเปลี่ยนระบบให้ถ่ายรถที่ด่านเชียงของอุปสรรคคือ รถลาวมีไม่เพียงพอ จะเจรจาขอให้กลับไปเหมือนถ่ายรถที่เดียวที่ด่านบ่อเต็นหรือให้ทางการลาวเพิ่มรถ

ประเด็นที่สาม การขนส่งทางเรือ ประเด็นตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลายแล้วและค่าระวางเรือยังทรงอยู่ เราอยากให้เรือใหญ่เข้ามาเทียบท่าของไทยมากขึ้น ถ้ามีมาตรการอนุญาตให้มีการถ่ายลำจะจูงใจให้เรือใหญ่เข้ามานำตู้เข้ามาได้มากขึ้น ช่วยให้มีตู้ส่งออกไปได้มากขึ้น กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับเอกชนและหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องร่วมเจรจากันให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

ประเด็นที่สี่ การขนส่งทางอากาศ มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย สายการบินต่าง ๆ รวมทั้งผู้ส่งออกเร่งเจรจาร่วมกันและ EXIM Bank ในฐานะช่วยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรน ให้ต้นทุนการขนส่งทางอากาศลดลง เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกผลไม้ปีนี้ไปยังจีน         

ประเด็นที่ห้า เรื่องเส้นทางการขนส่งผ่านรถไฟโดยเฉพาะรถไฟลาว-จีนซึ่งรถไฟลาวจีนจะเริ่มต้นจากหนองคายไปเวียงจันทน์และเข้าจีนที่ด่านโม่ฮาน แต่ด่านโม่ฮาน ยังไม่เสร็จต้องรอเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ได้มอบให้ทูตพาณิชย์และทูตเกษตร เจรจากับทางการ สปป.ลาว ว่าถ้าขนส่งผลไม้ผ่านรถไฟลาว-จีน เมื่อเข้าเวียงจันทน์ให้ผ่านด่านโม่ฮานแล้วไปตรวจที่คุนหมิงทีเดียวที่เป็นจุดหมายปลายทาง หรือจะให้ตรวจที่ด่านบ่อเต็นก็ได้ เนื่องจากด่านโม่ฮานยังไม่เสร็จเพื่อเพิ่มช่องทางการระบายผลไม้

ประเด็นที่หก เรื่องเวียดนามการขนส่งผลไม้ผ่านนครพนมไปลาว ไปเวียดนามแล้วไปจีนต้องผ่านเวียดนาม ซึ่งได้จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ในวันที่ 20 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ ได้หยิบยกประเด็นนี้ในการเจรจาระดับรัฐมนตรีกับทางการเวียดนามขออำนวยความสะดวกและช่วยลดการจราจรที่ติดขัดหน้าด่านฝั่งเวียดนาม 

ประเด็นที่เจ็ด เอกชนขอให้ช่วยเจรจากับทางการจีน ประเด็นรถที่ตรวจพบโควิดที่ด่านก่อนเข้าด่านจีน ปกติจีนจะนำไปฉีดฆ่าเชื้อแล้วส่งกลับและปิดด่าน ให้เจรจาว่าพ่นฆ่าเชื้อแล้วส่งกลับ ยินดีให้แบล็คลิสต์ แต่ขออย่าปิดด่าน

ประการที่แปด เรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานช่วยเก็บเกี่ยวผลไม้ที่ภาคตะวันออกหรือจังหวัดอื่น ๆ ที่จำเป็น ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯร่วมกัน และผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ รวมทั้งการเคลื่อนย้ายล้งเมื่อหมดฤดูผลไม้ทางภาคตะวันออกและผลไม้ภาคใต้ออกให้อำนวยความสะดวกไปรับซื้อที่ภาคใต้ด้วย

ทั้งหมดทั้งกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ประสานงานบูรณาการหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้เฝ้าติดตามอะไรที่ทำได้ทำทันที อะไรที่เป็นเรื่องต้องเจรจาทำทันทีประสานงานทันทีทุกวันนี้มีทั้งทูตพาณิชย์และทูตเกษตรคอยมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ผลผลิตผลไม้ปี 2565 จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น 13% หรือประมาณ 5,426,555 ตัน สำหรับตลาดและการบริโภคผลไม้ในปี 2565 จะแบ่งออกเป็นตลาดในประเทศ 30% และตลาดต่างประเทศ 70% โดยตลาดในประเทศจะประกอบด้วยห้าง ตลาด รถเร่ ร้านอาหารและแปรรูป และตลาดต่างประเทศ คือ จีน 65% สหรัฐอเมริกา 10% ฮ่องกง 4% เวียดนาม 3% และมาเลเซีย 1% โดยตลาดต่างประเทศนั้นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะขยายตลาดใหม่

นอกจากนี้เพิ่มเติมรวมทั้งจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าผลไม้ตามด่านชายแดนอีกด้วย และเวลานี้ประเภทผลไม้ตามฤดูกาลที่อายุสั้น เช่น มะม่วง และอื่น ๆ ที่กำลังตามมากรมการค้าภายใน ได้ขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการผลไม้ ปี2565 ตั้งแต่ต้นฤดูกาลผลิตในทุกสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ กระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ค่าบริหารจัดการในการส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศ การเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร การขับเคลื่อนการซื้อขายล่วงหน้าผ่านสัญญาข้อตกลง (อมก๋อยโมเดล) การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร ประกอบด้วยสถานีบริการน้ำมัน การนิคมอุตสาหกรรม ห้างท้องถิ่น ห้างค้าส่งค้าปลีก สายการบินในประเทศทุกสายการบิน ไปรษณีย์ไทย ร่วมกันรับซื้อและยกระดับ “ราคาผลไม้”ในประเทศทั้งระบบ

นอกจากนั้นยังได้เตรียมมาตรการเสริมรองรับสถานการณ์ในช่วงวิกฤติไว้ล่วงหน้า ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับผลผลิตสินค้าทุเรียน มังคุด ลำไย ทั้งในรูปแบบการแปรรูปเป็น “ผลไม้” แห้งและแปรรูปแช่แข็ง ซึ่งมาตรการเสริมนี้นอกจากจะช่วยดูดซับผลผลิตออกจากตลาดอย่างรวดเร็วแล้วยังช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิตผลไม้ในตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ “เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ “จะสามารถขายผลไม้ได้ในราคาดีตลอดฤดูกาลผลิตเนื่องจากไม่ถูกกดราคา ถือเป็นปรากฏการณ์การทำงานในรูปแบบใหม่ตามที่โยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จุรินทร์

“เราจะไม่ให้เป็นเพียงแค่นโยบาย แต่เราให้ผู้รับผิดชอบนั้นติดตามทุกวันและรายงานอย่างใกล้ชิดท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คอยสอบถามทั้งปลัดกระทรวงฯและอธิบดีทุกกรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าจะต้องทำงานรายงานรายวัน เพื่อลดทั้งอุปสรรคปัญหาให้กับผู้ประกอบการทั้งหมดทั้งนี้ก็เพื่อให้สัมฤทธิ์ผลทางด้านนโยบาย และเพื่อให้มีผลปฏิบัติอย่างจริงจังสร้างรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกสินค้าต่าง ๆ อย่างที่เคยกล่าวว่าเวลานี้ค้าส่งออกเป็นขาหลักที่จะให้ประเทศพึ่งพิง เพราะการท่องเที่ยวนั้นเดี้ยงด้วยโรคระบาดไปแล้ว อย่างไรก็ตามรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตั้งใจทำงานและติดตามงานอย่างใกล้ชิดทุกวัน ” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า