สศก.ลงพื้นที่โคราช-เลย สำรวจแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ระบุ พฤศจิกายน ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ขณะที่ราคายังดี

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเลย แหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แหล่งใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจากการลงพื้นที่ของ สศก. โดยทีมสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่า ฤดูการผลิตปี 2565/66 ทั้ง 2 จังหวัดมีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รวมประมาณ 0.98 ล้านไร่ (นครราชสีมา 615,213 ไร่ และ เลย 369,149 ไร่) คิดเป็นร้อยละ 14.46 ของเนื้อที่เพาะปลูกทั้งประเทศ ซึ่งลดลงจากปี 2564/65 ที่มีเนื้อที่เพาะปลูกรวมประมาณ 1 ล้านไร่ หรือลดลงร้อยละ 2 เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดแมลงและวัชพืช รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกมันสำปะหลังที่มีต้นทุนต่ำและให้ผลตอบแทนดีกว่า

%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B9%8C 2
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ด้านผลผลิตรวมของทั้ง 2 จังหวัด คาดว่ามีปริมาณ 0.74 ล้านตัน (นครราชสีมา 497,871 ตัน และเลย 246,100 ตัน) คิดเป็นร้อยละ 15.02 ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ ลดลงจากปี 2564/65 ที่มีปริมาณ 0.75 ล้านตัน หรือลดลงร้อยละ 1.33 ตามการลดลงของเนื้อที่เพาะปลูก เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูก มันสำปะหลังที่มีต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีน้อยกว่า และจากการที่ราคาปุ๋ยเคมีปรับตัวสูงขึ้นมาก เกษตรกรจึงลดปริมาณการใช้ลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผลผลิตลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งผลผลิตของทั้ง 2 จังหวัดเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่มิถุนายน 2565 – พฤษภาคม 2566 โดยพฤศจิกายน65 ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดถึงร้อยละ 46.68 ของผลผลิตรวมทั้ง 2 จังหวัด

นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการ สศก. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา ความชื้นไม่เกิน 14.5% ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของทั้ง 2 จังหวัดออกสู่ตลาดมากที่สุด พบว่า ราคาสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ประกอบกับราคาในตลาดโลก มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน ที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติลง รวมถึงค่าขนส่งและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 10.28 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 8.76 บาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 คิดเป็นร้อยละ 17.35

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้รัฐบาลไม่มีการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2564/65 เนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่าราคาเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ (กิโลกรัมละ 8.50 บาท) โดยเกษตรกรในพื้นที่ 2 จังหวัด มีความเห็นว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี (ปี 2562/63 – 2564/65) และในปีที่ 4 (ปี 2565/66) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา นับเป็นโครงการที่มีประโยชน์และเป็นหลักประกันรายได้ให้กับเกษตรกรเมื่อเกิดปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ผลการสำรวจสถานการณ์การผลิตและการตลาดของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร จะนำไปเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายด้านการผลิตและการตลาด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต่อไป

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ มีแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญอยู่บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์และนครราชสีมา เกษตรกรส่วนใหญ่จะทำการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 ฤดู คือ ข้าวโพดฤดูฝน จะปลูกในช่วง มีนาคม-ตุลาคม และเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณมิถุนายน –มกราคมของปีถัดไป ส่วนข้าวโพดฤดูแล้ง จะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของปีถัดไป

ปัจจุบันข้าวโพดมีการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามภาวะการเจริญเติบโตของภาคปศุสัตว์ โดยเฉพาะไก่เนื้อและสุกร โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งประเทศกว่า 376,000 ครัวเรือน และยังมีกลุ่มผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้าวโพดในระดับต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการค้าพืชไร่ ตลาดกลาง กลุ่มผู้ส่งออก โรงงานผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงสัตว์