จุรินทร์ แจงสภาปุ๋ยแพง เจรจานำเข้าจากซาอุฯสัปดาห์หน้า -ซื้อราคาพิเศษจากประเทศต่าง ๆ

วันที่ 1 มิถุนายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ชี้แจง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอชี้แจงคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิก เรื่องราคาปุ๋ย เรื่องการส่งออก เรื่องการขาดแคลนอาหารของโลกและเรื่องข้าวและซอฟพาวเวอร์

แจงสภาแก้ปํญหาปุ๋ยแพง

เรื่องปุ๋ยซึ่งแพงขึ้นจริงกระทบเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จับมือกันช่วยกันแก้ปัญหาทำได้สำเร็จในระดับหนึ่ง ปุ๋ยต้องแก้ปัญหา 2 ข้อ 1.เรื่องราคาไม่ให้ค้ากำไรเกินควร 2.ปริมาณไม่ให้ปุ๋ยขาดแคลน ซึ่งเรากำกับปริมาณให้เพียงพอต่อการใช้ของเกษตรกรในประเทศซึ่งปุ๋ยต้องนำเข้า 100% ราคาขึ้นอยู่กับตลาดโลกซึ่งปุ๋ยผลิตจากน้ำมัน และค่าขนส่งก็ใช้น้ำมันทำให้ราคาแพงขึ้นทั่วโลก

เมื่อเปรียบเทียบราคาปุ๋ยกับหลายประเทศในโลกพบว่าราคาปุ๋ยบ้านเราต่ำกว่าหลายประเทศในโลก วันที่ 11 พ.ค .65 ธนาคารโลกทำตารางเปรียบเทียบราคาปุ๋ยของโลก พบว่าราคาปุ๋ยเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้น 30% แต่ราคาปุ๋ยของไทยเพิ่มขึ้น 5.9% ต่ำกว่าอัตราเพิ่มเฉลี่ยของโลก และเดือน เม.ย.65 เทียบกับปี 64 ราคาปุ๋ยโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 80% ประเทศไทยเพิ่มขึ้น 25.7%

กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯและผู้นำเข้าปุ๋ย จัดปุ๋ยราคาถูก 4.5 ล้านกระสอบถูกกว่าราคาตลาด 20-50 บาทต่อกระสอบ ซึ่งจบโครงการแล้วและกำกับราคาปุ๋ยไม่ให้ปรับขึ้น ทำให้ผู้นำเข้าจะหยุดนำเข้า และหากปล่อยไว้ต้องมาแก้ปัญหาปุ๋ยขาด จึงต้องสร้างสมดุลทั้งราคาและปริมาณให้นำเข้าได้ จึงพิจารณาต้นทุนประกอบด้วย1.ต้นทุนนำเข้า2.ต้นทุนการแบ่งบรรจุหีบห่อ 3.การบริหารจัดการค่าการตลาด 4.กำไร ซึ่งโครงสร้างใหม่จะน้อยกว่าโครงสร้างเดิม ปี 64 ทำให้นำเข้าปุ๋ยเพิ่มขึ้น จึงไม่ขาดแคลนเหลือเรื่องราคา ไม่ให้ค้ากำไรเกินควรและเกินราคา

ตนได้สั่งการติดตามโดยเคร่งครัด ถ้าพบจะดำเนินคดีจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และในอนาคตกระทรวงพาณิชย์ โดยตนได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เจรจาผู้ส่งออกปุ๋ยรายสำคัญของซาอุดิอาระเบียซื้อปุ๋ยราคาพิเศษจาก บริษัทยักษ์ใหญ่ลำดับ 1 คือบริษัทซาบิคและลำดับ 3 บริษัทมาเด็น เจรจากับฝ่ายไทยเตรียมผู้นำเข้าหารือเจรจาปุ๋ย 3 ประเภท 1.ปุ๋ยยูเรีย 2.แอมโมเนียมฟอสเฟต 3.ฟอสเฟต รวม 800,000 ตัน จัดให้มีการพบปะกันในสัปดาห์หน้าและมีแผนเจรจาซื้อปุ๋ยราคาพิเศษกับประเทศอื่น ๆ ไม่เว้นแม้แต่กับรัสเซีย ถ้าได้ราคาดีที่สุด

และเพื่อนสมาชิกอภิปรายว่ารัฐบาลนี้เข้ามาดูแลบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจปรากฏว่าเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดับสนิททุกตัวไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การส่งออก ซึ่งจากขาวเป็นดำ การท่องเที่ยวอาจจะจริงจะโทษท่านนายกฯไม่ได้เพราะเป็นทั่วโลกจากการปิดประเทศ เมื่อเปิดประเทศเมื่อไหร่มั่นใจว่าการท่องเที่ยวไทยเดินได้ทันที สำหรับการส่งออก ถ้าบอกว่าเครื่องยนต์ส่งออกดับสนิทตนว่าผิดโดยสิ้นเชิง เพราะช่วงโควิด วิกฤตเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าอเมริกา-จีน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถผลักดันการส่งออกฝ่าวิกฤตไปได้อย่างงดงามเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ GDP ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปี 64 ส่งออก +17.1% นำเงินเข้าประเทศ 8.5 ล้านล้านบาท และปีนี้ 4 เดือนแรก ม.ค.-เม.ย. ตัวเลขส่งออก+13.7% นำเงินเข้าประเทศ 3.2 ล้านล้านบาท และตั้งเป้าปีนี้จะทำให้ได้มากกว่าปีที่แล้วอย่างน้อย 500,000 ล้านบาท รวมเป็น 9 ล้านล้านบาท การส่งออกยังเป็นตัวจักรขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศไม่ใช่ดับสนิทอย่างที่เพื่อนสมาชิกเข้าใจ

และที่บอกว่าเรื่องโลกกำลังเผชิญวิกฤติอาหารขาดแคลนนี่คือโอกาสทองของสินค้าเกษตรไทย ไม่เห็นรัฐบาลให้ความสนใจในเรื่องนี้เลย ซึ่งไม่จริงรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้โดยตลอดแต่จะคิดเพียงจัดส่งสินค้าไปขายอย่างเดียวไม่พอ รัฐบาลคิดกว้างกว่านั้น กระทรวงพาณิชย์คิดไกลกว่านั้น ต้องมองทั้ง 2 ด้าน ขณะที่เห็นว่าเป็นโอกาสในการส่งออกอาหารไปทั่วโลกต้องดูด้วยว่าถ้าส่งออกเพลินสต๊อกอาหารของไทยไม่พอใช้ เกิดวิกฤติขึ้นมาจะแก้ปัญหา

อย่างไรต้องดู 2 ด้าน 1.สต๊อกอาหารในประเทศต้องเพียงพอก่อน 2.ถ้าเหลือจึงส่งออก ผ่านมาใช้หลักนี้เช่น ปาล์ม ตอนนี้ส่งออกเยอะมาก แต่ถ้าส่งออกมากจะขาดแคลนจึงตั้งอนุกรรมการ 5 ฝ่าย ติดตามให้สต๊อกน้ำมันปาล์มบริโภคสำหรับคนไทยถ้าเหลือจึงส่งออก แบบวิน-วินโมเดล

และรัฐบาลให้ความสำคัญในยามที่โลกขาดอาหาร เราดำเนินการตั้งแต่ต้น กำหนดสินค้าอาหารเป้าหมายที่จะส่งไปขายในต่างประเทศโดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น 1.กลุ่มข้าว แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง ทดแทนข้าวสาลีที่ปลูกมากในรัสเซีย-ยูเครน 2.น้ำมันปาล์ม 3.กลุ่มน้ำตาลทราย 4.ไก่แปรรูป บุกตลาด 27 ประเทศสำคัญโดยเฉพาะตลาดใหม่ ทำให้การส่งออกอาหาร 4 เดือนแรก ปี 65 ทำเงินเข้าประเทศ 2.3 แสนล้านบาท ข้าวส่งออก +36% แป้งข้าวเจ้า +6.1% น้ำมันปาล์ม +296% น้ำตาล +170% ไก่แปรรูป+23% เป็นต้น

และตนสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์วิเคราะห์ตลาด ประเทศห้ามส่งออกอาหารและวัตถุดิบจะกระทบประเทศไทยตรงไหน พบว่าประเทศที่ห้ามส่งออกอาหารส่วนใหญ่เป็นประเทศที่เราไม่ได้นำเข้าจากเขาอยู่แล้วในปัจจุบันหรือนำเข้าน้อยมากยังไม่มีผลกระทบกับประเทศไทยในปัจจุบันและตนสั่งการให้เฝ้าระวังจากมาตรการเร่งรัดการส่งออก ส่วนใหญ่มีผลให้ราคาพืชผลการเกษตร ยุคนี้ดีทุกตัว ที่ห่วงว่าปีนี้จีนปิดด่านส่งออกไม่ได้ ตนเข้าไปแก้ปัญหาเชิงรุกและเชิงลึก จึงปรับปีนี้ส่งออกทางเรือมากขึ้นปัญหาน้อยมากและจะหมดฤดูผลไม้แล้ว ขอให้สบายใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเกษตรกรและในยามที่โลกขาดแคลนอาหาร เรานำอาหารส่งออกช่วยเกษตรกรนำเงินเข้าประเทศ

และเรื่องข้าวที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายว่ารัฐบาลจัดงบแบบสิ้นหวังเรื่องข้าว รัฐมนตรีพาณิชย์ต้องหัดขายข้าวบ้างและรู้จักขายกลิ่น ขายรสชาติ ขายสีสันและคุณประโยชน์ของเมล็ดข้าวบ้าง ไม่ใช่ขายแต่แบบเดิม ๆ ไม่งั้นไม่มีทางสู้เวียดนาม จีนได้ ตนขออนุญาตกราบเรียนว่า ทั้งหมดนี้เป็นความปรารถนาดีแต่รัฐบาลทำอยู่แล้วและทำอย่างมีแผนยุทธศาสตร์ข้าวจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและบังคับใช้แล้วตั้งแต่ปี 63-67

ประเด็นสำคัญเรามีจุดอ่อนเรื่องความไม่หลากหลายของพันธุ์ข้าว 5 ปีนี้ ต้องเพิ่มพันธุ์ข้าวให้ได้อย่างน้อย 12 สายพันธุ์ แต่ไม่ถึง 5 ปี ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จัดประกวดเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้ 6 สายพันธุ์แล้ว และไทยส่งเมล็ดพันธุ์ที่มีทั้งกลิ่นและรสชาติ สีสันคุณประโยชน์แข่งในเวทีโลกจัดประกวดข้าวโลก 13 ครั้ง ประเทศไทยได้แชมป์โลก 7 ครั้งและในรัฐบาลนี้ได้ 2 ปีซ้อน และข่าวดีปีนี้ผู้จัดประกวดข้าวโลกจากอเมริกา โดยนิตยสาร The Rice Trader มาพบตนและร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและกระทรวงพาณิชย์จะจับมือกันจัดในประเทศไทยที่จังหวัดภูเก็ต วันที่ 15-17 พ.ย. จะมีผู้ซื้อขายเข้าร่วมงานนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คนจากทั่วโลก

นอกจากโปรโมทการท่องเที่ยวอันดามันแล้วจะทำให้ข้าวไทยเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นในโลก ปีที่แล้วข้าวส่งออกได้ 6.1 ล้านตัน แต่ปีนี้จะส่งออกข้าวได้มากขึ้นเพราะความหลากหลายของพันธุ์ข้าว ราคาที่แข่งขันได้ ตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 7-8 ล้านตัน ในปีนี้จะช่วยให้ราคาข้าวดีขึ้น

สุดท้ายเรื่อง Soft Power ที่จะอภิปรายว่างบปี 66 ไม่ตอบโจทย์นโยบาย Soft Power ความจริงรัฐบาลให้ความสำคัญกับ Soft Power ตนกำหนดเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งมี Soft Power อยู่ในนั้นด้วย กระทรวงวัฒนธรรมทำหน้าที่อนุรักษ์สืบสาน Soft Power

กระทรวงพาณิชย์ตนสั่งเป็นนโยบายตั้งแต่ปลายปีที่แล้วให้กรมส่งเสริมการการค้าระหว่างประเทศ ทำแผนส่งออก Soft Power ต่อไปต้องส่งออก Soft Power มีการกำหนดแผนส่งออก 4 สินค้าหลัก 1.อาหารกับร้านอาหารไทยในต่างประเทศ 2.สุขภาพความงาม 3.สินค้าที่มีลักษณะสร้างสรรค์อัตลักษณ์ไทย 4.ดิจิทัลคอนเทนท์ ภาพยนตร์ ละคร เกมส์ อนิเมชั่นใส่ความเป็นไทย Soft Power กำหนด 3 กิจกรรมใหญ่ 1.อบรมให้ความรู้พัฒนาผู้ประกอบการทุกภาค 2.พัฒนาสินค้าให้มีเรื่องราว 3.การเปิดตลาดที่ชื่นชอบอัตลักษณ์ไทยทั้งจีน สหรัฐฯ อาเซียนหรือเอเชียตะวันออก เพื่อให้เห็นภาพว่ารัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ตอบโจทย์การจัดงบประมาณในปีนี้อย่างไร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า