กรมชลฯ ลุยกำจัด”ผักตบชวา”แม่น้ำบางปะกงได้กว่า 78,000 ตัน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากนี้

กรมชลประทานกำจัด “ผักตบชวา” ใน “แม่น้ำบางปะกง” ได้กว่า 78,000 ตัน บรรเทาความเดือดร้อนชาวแปดริ้วสามารถสัญจรทางน้ำได้สะดวกมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากนี้

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา กรมชลประทาน โดยสำนักเครื่องจักรกลได้เร่งกำจัด “ผักตบชวา”และ “วัชพืช” ที่ไหลมาจากทางตอนบนลงมาสะสมบริเวณด้านเหนือเขื่อนทดน้ำบางปะกง อำเภอเมืองจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นปริมาณมาก

ลุยกำจัด”ผักตบชวา”แม่น้ำบางปะกง

ปัจจุบันสามารถกำจัดผักตบชวาและวัชพืชไปแล้วกว่า 78,000 ตัน ส่งผลให้ปริมาณผักตบชวาด้านเหนือน้ำมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง สามารถสัญจรทางน้ำได้สะดวกมากขึ้น รวมทั้งช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้กรมชลประทาน ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคประชาชนร่วมแรงร่วมใจกัน จนทำให้การกำจัด “ผักตบชวา” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ยังได้นำเครื่องจักรประเภทเรือกำจัดวัชพืชลงเก็บผักตบชวาในคลองต้น “แม่น้ำบางปะกง” ด้วย เช่น คลองบางขนาก พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำบางปะกง ช่วยกันกำจัดผักตบชวาในคู คลอง และแหล่งน้ำที่เชื่อมกับแม่น้ำบางปะกงเพื่อลดปริมาณการสะสมของผักตบชวาและวัชพืชบริเวณเหนือเขื่อนบางปะกง ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างมาก

สำหรับ “ผักตบชวา” เป็นวัชพืชที่ขยายพันธุ์ไวที่สุดขนิดหนึ่ง ซึ่งผักตบชวา 1 ต้นนั้น มีเมล็ดถึง 5,000 เมล็ดที่พร้อมขยายพันธุ์ โดยใช้เวลาไม่ถึง 30 วัน เมล็ดพันธุ์ผักตบชวาก็จะเติบโตและพร้อมขยายพันธุ์ได้ถึง 1,000 ต้นเลยทีเดียว

และเมื่อมีจำนวนมากจนปกคลุมพื้นผิวน้ำ จะส่งผลให้น้ำขาดออกซิเจนเพราะอากาศในน้ำไม่ถ่ายเท สุดท้ายก็กลายเป็นน้ำเน่าเสีย

และที่สำคัญ ผักตบชวามีความทนต่อทุกสภาวะมาก เพราะถึงแม้ว่าคลองจะแห้งจนแทบไม่มีน้ำ แต่ผักตบชวาก็สามารถยืนต้นต่อไปได้ หรือถ้าตาย พวกมันก็พร้อมที่จะฝากเมล็ดไว้ในดินแล้วรอขยายพันธุ์ต่อในส่วนหน้าฝน

“ผักตบชวา” เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วม เพราะเมื่อไหร่ที่ผักตบชวาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ จะทำให้การไหลของน้ำช้าลงกว่าปกติ และพวกกอผักตบที่ลอยตามน้ำก็มักจะลอยไปกองรวมกันที่ใต้สะพานและประตูระบายน้ำ ทำให้ขวางทางไหลของน้ำ และเมื่อฝนตกหนักหรือมีน้ำหลากก็จะทำให้น้ำระบายไม่ทัน จนทำให้น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำได้

และที่สำคัญซากผักตบชวาที่ตาย ก็จะทับถมกันในคลองจนทำให้คลองตื้นเขิน ทำให้มีโอกาสเกิดน้ำท่วมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า